ต้นคริสติน่าในกระถาง

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556 · Posted in , ,

คริสติน่านั้นถ้าปลูกลงในดินแล้วคอยใส่ปุ๋ยเป็นระยะไม่มีปัญหาอะไรแน่นอนยังไงก็โตครับอยู่ที่ช้าหรือว่าเร็ว แต่ต้นที่เรายังหาที่ลงไม่ได้แล้วเลี้ยงเอาไว้ในกระถางนี่สิปัญหาครับ

อาการที่เป็นคือใบเล็กลงเหมือนไม่โตเต็มที่ และก็ไม่โตสังเกตได้ง่ายๆทีใบก็ไม่ใหญ่เต็มที่ ลำต้นหรือกิ่ที่แตกใหม่ก็เล็กและอ่อนมากจนต้องใช้ไม้ค้ำยัน ไม่เหมือนกับต้นที่ลงดินครับใบใหญ่เต็มที่ แตกกิ่งก้านเร็ว

ตอนนี้เท่าที่แก้ไขเบี้องต้นไปก็ใส่ปุ๋ยหมักที่ทำเองไป แล้วก็ปุ๋ยเม็ดสูตร 16-16-16 เคยถามร้านต้นไม้เขาบอกให้ใส่ ออสโมโคสไปด้วย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ได้ใช้ออสโมโคสครับ ว่าจะลองให้รู้ก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นก็ว่าจะเอาออสโมโคทมาเสริมอีกตัว

แน่นอนว่าการเลี้ยงต้นไม้ก็เหมือนการเลี้ยงสิ่งมีวิต ต้องการน้ำต้องการอาหาร อากาศ แสงแดด อยู่ที่ว่าเราให้อะไรไม่พอหรือมากไป และถ้าหาสิ่งที่ขาดไปหรือมากไปนั้นได้ เราก็จะเข้าใจและเลี้ยงต้นไม้ได้สวยงามแน่นอน

ต้นคริสติน่า - การเติบโต

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556 · Posted in ,

ครับพูดถึงคริสติน่าแล้วข้อดีของต้นไม้ชนิดนี้มีเยอะมากไม่ว่าจะสวยงาม ใช้เป็นไม้ได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นไม้รั้ว ไม้เด่น ไม้เอก ได้หมดเลยแล้วแต่การตัดแต่งและการวางตำแหน่ง หรือจะทำเป็นทุ่งคริสติน่าต้นเตี้ยๆแทนทุ่งดอกไม้ก็ยังได้ วันนี้เรามาคุยถึงเรื่องการเติบโตของมันกัน



คริสติน่านั้นผมเชื่อนะครับว่ามันน่าจะเป็นต้นไม้ที่โตเร็ว ถ้าหากว่ารากมันแข็งแรงแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าเป็นต้นที่เพิ่งจะลงดินใหม่ๆนะครับ เมื่อก่อนผมเชื่อแบบนี้

ผมมีคริสติน่าต้นใหญ่สูงสัก 2 เมตรกว่าอยู่ต้นนึงปลูกมาได้เป็นปีแล้วน่าจะเข้าปีที่สอง ซึ่งแน่นอนผมใส่ปุ๋ยพรวนดินดูแลอย่างดี แต่การเติบโตก็ไม่ได้เร็วอย่างที่คิดนะครับ มันก็เติบโตอย่างช้าๆ ประมาณ เดือนละ 5-10 เซนเป็นอย่างมาก

ผมตั้งใจจะเอาคริสติน่าเป็นไม้บังแนวรั้วหน้าบ้าน เพื่อต้องการความเป็นส่วนตัวเวลาเปิดกระจกหน้าบ้านชั้นล่างออกมาดูสวนได้เป็นจุดพักสายตา เชื่อมั้ยผมซื้อต้นเล็กมาปลูกต้นละ 10-20 บาท ไม่แน่ใจประมาณ 10-15 ต้น ปลูกเรียงกันเป็นแถว ความสูงของต้นที่เริ่มลงดินคือ 30 เซนติเมตร

เวลาผ่านไปประมาณสักสองเดือน ความสูงไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ได้แต่เริ่มแตกใบสีแดงใหม่ๆให้เห็น ไล่สีไปเป็นส้ม เหลืองแล้วก็เป็นเขียวแก่ เป็นแบบนี้วนไปวนมาเรื่อยๆ ซึ่งผมเองก็เข้าใจดีว่ารากคงยังไม่แข็งแรงเลยโตช้า

ตอนนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันแล้วว่าผมคิดผิดหรือป่าวที่เอาต้นที่สูงแค่ 30 เซนลง เพราะว่าผมต้องการความสูงที่ 2.20 เมตร แล้วไปนึกเอาเองว่ามันจะสูงเร็วเหมือนกับชาดัด ซึ่งตอนนี้รู้สึกว่ามันจะไม่เป็นอย่างนั้นซะแล้ว แต่ยังไงลงไปแล้วตอนนี้คงต้องรอดูต่อไปว่ามันจะชลูดเมื่อไหร่

อัปเดทล่าสุด สรุปได้แล้วครับว่าต้นคริสติน่าโตเร็วครับ ต่อเมื่อรากลงดินเเข็งแรงแล้วเท่านั้นนะครับ ของผม 3 เดือนครับกว่ารากจะลงดินแข็งแรง และหลังจากนี้ จะสูงได้ประมาณ 30 เซนติเมตรต่อเดือนครับ ให้ปุ๋ยให้น้ำดีดี เรียกว่าตัดแต่งเพลินแน่นอนครับ

ถ้าใครศึกษาการปลูกการดูแลที่ทำให้มันเจริญเติบโตที่รากก่อนได้ก็ยิ่งจะทำให้ต้นคริสติน่าโตเร็วมากขึ้นครับคุณอาจจะทำได้เร็วกว่าผมก็ได้ครับ

ที่สำคัญเน้นว่าตัดแต่งทรงพุ่มบ่อยๆ กรรไกรตัดคมๆ จะทำให้พุ่มกิ่งก้านของต้นแน่นสวยดีที่สุดครับ

การทำปุ๋ยหมักจากเศษหญ้า

วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556 · Posted in ,

เพื่อนๆสังเกตมั้ยครับว่าเวลาเราตัดหญ้าในสวนของเราทีนึงเรียกว่าต้องทิ้งใบหญ้าเหล่านั้นไปเป็นถุงๆใหญ่ๆเลย รู้สึกว่ามันน่าเสียดายมากๆ ผมเคยคิดว่าจะเอามันวางโคนต้นไม้ดีหรือไม่แต่ต่อมาก็รู้ว่าเอามาทำปุ๋ยหมักเองก่อนดีกว่า

EM ที่ขายตามท้องตลาด


อุปกรณ์ก็มีดังนี้ครับ
- เศษหญ้า,เศษใบไม้
- น้ำหมักจุลินทรีย์หรือ EM
- ปุ๋ยคอก, ขี้วัว,
- ดิน

สำหรับวิธีทำก็ไม่ต้องไปซีเรียสมากครับแต่ถ้าจะให้ดีก็ใช้สัดส่วนตามนี้นะครับคือ เศษหญ้า 3 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน ดิน 1 ส่วน แต่ผมเองไม่เคยทำตามส่วนหรอกครับ บางทีไม่มีขี้วัวก็ไม่ได้ใส่เลย เน้นเศษใบไม้เศษหญ้าอย่างเดียวเลย

เอาเป็นว่าผสมคลุกเคล้ากันให้ทั่วๆนะครับจากนั้นก็เอา EM ผสมน้ำซักฝานึงหรือตามความเยอะของกองปุ๋ยที่ทำนะครับ ผสมน้ำแล้วเอาน้ำตาลทรายใส่ลงไปช้อนสองช้อน คนๆในละลาย จากนั้นละมือไปเอาน้ำฉีดกองปุ๋ยที่เราคลุกเคล้าเอาไว้เมื่อกี้นี้ให้เปียกให้ชุ่มเลย ถ้ามีคนช่วยฉีดก็ดี จะได้คลุกเคล้าไปฉีดน้ำไป จะเปียกทั่วกองดีและเร็วกว่าครับ

เสร็จแล้วเอาน้ำ EM ที่เราผสมเตรียมไว้เมื่อกี้นี้มาราดลงบนกองปุ๋ยให้ทั่วๆครับ เทที่ละนิดช้าๆให้มันซึมลงไปในกองปุ๋ยทั่วๆครับ

หลังจากนั้นหาถุงปุ๋ยหรือผ้ายางมาคลุมปิดให้มิดครับ ให้กองปุ๋ยนั้นเปียกชื้นตลอดอย่าให้แห้งเด็ดขาด จะทำหลังคาสังกะสีหรืออะไรบังแดดด้านบนอีกทีก็ดีครับ แต่สำคัญผ้ายางหรือวัสดุที่ปิดกองปุ๋ยต้องปิดให้มิดครับเป็นอันเสร็จ

ระหว่างนั้นเราก็คลุกเคล้าปุ๋ยอาทิตย์ละครั้ง ถ้าเริ่มแห้งก็รดน้ำให้ชุ่ม ถ้าแห้งมากก็เติม EM เข้าไปในกองเพิ่มครับ แต่ถ้ากองปุ๋ยเราชุ่มไม่แห้งก็ไม่ต้องเติมก็ได้ครับ

พยามคลุกเคล้าให้สม่ำเสมออาทิตย์ละครั้งประมาณสองเดือนเราก็จะได้ปุ๋ยหมักไว้ใช้แล้วครับ

ลักษณะปุ๋ยที่ใช้ได้แล้ว


ดูยังไงว่าใช้ได้แล้ว?
คำตอบคือ ทุกอย่างจะเปลี่ยนเป็นสีดำหรือสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกลายสภาพเป็นดินเลยครับ ถ้ากองปุ๋ยมีสีเข้ม และไม่เห็นเป็นใบไม้หรือว่าใบหญ็าแล้วและเป็นสีดำๆร่วนเหมือนดินนั่นแหละครับใช้ได้แล้ว

รั้วบ้าน สวนส่วนตัว

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 · Posted in , , ,

เคยรู้สึกไหมครับว่า บ้านตามโครงการต่างๆสมัยนี้ ไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องความเป็นส่วนตัวในสวนเท่าไหร่ บางทีไม่ให้พื้นที่สวนเลยก็มี เรียกว่ามีแค่ที่จอดรถแล้วก็เดินเข้ากล่องเลย...

บางโครงการถนนซอยเล็กจนหน้าบ้านแทบจะเห็นเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเลยทีเดียว บางครั้งบางเวลาคนที่อยู่ในบ้านก็ต้องการมองออกมาหน้าบ้านข้างบ้านที่เป็นสวน ต้นไม้ เพื่อเป็นการเชื่อมต่อห้องบ้านกับสวน เพื่อพักผ่อนได้ตลอดทั้งวัน แต่ว่าตอนนี้ทำไม่ได้เพราะว่าเปิดไปก็เห็นบ้านตรงข้าม หรือข้างบ้านทำให้ความเป็นส่วนตัวไม่มีเลย ทางแก้มีทางเดียวนั่นคือทำรั้ว...

รั้วที่ทึบอาจจะมองว่ามันอึดอัดไม่โปร่ง แต่ข้อดีของมันก็ตรงตัวเลยคือบังสายตาจากผู้คนภายนอกร้อยเปอร์เซ็นต์ แน่นอนว่าความเป็นส่วนตัวกลับคืนมาหาคุณแน่นอน ซึ่งถ้าอยากเป็นส่วนตัวคุณก็ต้องยอมรับให้ได้ว่า ลมอาจผ่านได้ยากขึ้น แสงตรงรั้วทึบนั้นอาจจะน้อยสำหรับต้นไม้บางชนิด ซึ่งก็ต้องปรับต้นไม้ตาม ลองดูรั้วเหล่านี้ดู

แบบแรกนี้เห็นกันบ่อยอยู่แล้วเป็นรั้วประตูระแนงซึ่งก็ดูสวยเรียบร้อยดี แต่ผมว่ามันดูน่าเบื่อถ้าหากว่าเราทำแบบนี้ทั้งแผงยาวๆตลอดรั้วของเรา


แบบนี้เป็นแบบที่ผมแนะนำครับ
อันแรกจะเป็นลักษณะของรั้วบ้านเดิมที่ต่ำเหมือนรั้วตามโครงการทั่วไปที่จะต่ำกว่าหัวคน ซึ่งอันนี้เขาใช้ต้นไม้เพิ่มความสูงให้รั้ว ส่วนรั้วเดิมก็ใช้ไม้ระแนงพรางสายตา จะเห็นว่าการเลือกใช้สีขาวจะพรางตาได้ดีกว่าสีดำเพราะสะท้อนแสงได้ดีกว่าแต่ว่าก็ไม่กลืนเข้ากับธรรมชาติสีเขียวของต้นไม้เท่าสีดำที่จะกลืนไปกับต้นไม้มากกว่า แต่แน่นอนการพรางก็น้อยกว่าสีขาว

แบบนี้เป็นอีกแบบที่น่าสนใจเพราะเลือกที่จะบังร้อยเปอร์เซ็นต์ในจุดที่ต้องการความเป็นส่วนตัวครับ จะเป็นได้ชัดเลยว่าห้องนั่งเล่นที่อยู่ชั้นล่างนั้นสามารถมองออกมาหน้าบ้านได้สบายๆไม่ต้องไปกระทบกระเทือนบ้านตรงข้ามหรือผู้ผ่านไปมาครับ อีกอย่างรั้วแบบนี้ดูเรียบๆจริงแต่ว่าดูไม่น่าเบื่อเพราะเขาได้ให้ความแตกต่างเอาไว้ระหว่างส่วนทึบกับส่วนโปร่ง และการใช้สีที่ดูหรูครับ น่าสนใจมากแบบนี้


แต่ละแบบแน่นอนว่าต้องใช้เงินกันอีกแล้วที่จะทำให้ได้ตามนั้น บางแบบต้องใช้เวลาเลี้ยงต้นไม้จนโตเป็นพุ่มที่ต้องการ แต่แน่นอนว่าคุณค่าของแต่ละแบบก็จะต่างกันออกไป ก็อยู่ที่เราจะเลือกแล้วครับว่าเราจะทำแบบไหนที่เป็นส่วนตัวและประหยัดตังเราเอง

เชื่อเถอะครับสำหรับคนชอบปลูกต้นไม้ ทำแล้วต่อไปจะเดินจะนั่งจะมองก็สบายใจ สายตาจะได้ไม่เลยไปบ้านที่อยู่ติดกัน เหมือนผมตอนนี้รู้สึกจะทำสวนก็เกรงใจข้างบ้านครับเพราะว่ามันมองเห็นกันหมดเลย ตอนนี้กำลังเลี้ยงต้นไม้เป็นรั้วบังส่วนห้องนั่งเล่นอยู่แล้วไงจะอัพเดทให้ดูกันครับ

ไข่กบธรรมชาติในสวน

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 · Posted in ,

จากบ่อปลาคาร์ฟที่หรูหราพอย้ายปลาคาร์ฟว่าจะเอาปลาใหม่มาลง กลับมาดูบ่ออีกทีก็เห็นไข่กบซะแล้ว แนนอนว่าที่นี่จะคึกคักไปด้วยกบร่วมพันตัวที่จะเกิดใหม่ เพราะว่าผมจะไม่เอามันไปทิ้งแต่จะให้มันเป็นตัวแล้วอยู่ในสวนผมนี่แหละไปดูกันว่ามันเยอะแค่ไหน


ไข่กบตรงริมบ่อปลาคาร์ฟ เหมือนสร้อยคอสีดำ
ผมไม่มีความรู้เรื่องการเลี้ยงกบอะไรหรอกครับและก็ไม่ได้คิดที่จะให้บ่อปลาคาร์ฟของผมกลายเป็นบ่อกบแน่นอนแต่ว่าเห็นแม่กบมันมาวางไข่ แล้วก็สงสารมัน มันอุตส่าห์เห็นว่าที่นี่ปลอดภัยและขออาศัยออกไข่ผมก็เลยคิดว่าจะให้ลูกมันเป็นตัวแล้วก็ออกไปจากบ่อเอง จากนั้นค่อยเอาปลาคาร์ฟมาลงเหมือนเดิม ตอนนี้ก็ปิดปั้มเพื่อไม่ให้ไข่หรือว่าลูกอ้อดโดนดูดเข้าไปในช่องกรอง

เท่าที่ดูจากสายตาผมว่าจำนวนน่าจะ 1000 ตัวได้ เพราะมันกระจายตัวกันอยู่ทั่วบ่อ อย่างค่อนข้างหนาแน่นตอนนี้ล่าสุดก็วันที่สามแล้วเป็นแบบนี้อยู่ ขายังไม่งอก




ไว้จะอัพเดทกันเรียกว่าวันต่อวันเลยครับ คอยดูกันว่าสุดท้ายแล้วลูกกบนับพันจะโดดออกจากบ่อได้กี่ตัวกัน

บันทึกลำดับ
วันที่ 1 แม่กบวางไข่
วันที่ 2 ไข่เริ่มเป็นวงรีและขยับ
วันที่ 3 เป็นลูกอ๊อดไม่มีขา
วันที่ 4 เป็นลูกอ๊อดไม่มีขา
วันที่ 5 เป็นลูกอ๊อดไม่มีขา
วันที่ 6-7 เป็นลูกอ๊อดไม่มีขา ช้ามาก
วันที่ 11 เป็นลูกอ๊อดไม่มีขา
ตอนนี้น่าจะเข้าสองอาทิตย์แล้วครับ ยังเหมือนเดิม

รั้วบ้านกับสวนสวย

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 · Posted in , ,

เชื่อหรือไม่ว่าสวนของเรานั้นมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้สวนนั้นมีความน่าสนใจแตกต่างกันไปรั้วบ้านกับสวนก็มีความเกื้อหนุนกันต่างส่งเสริมให้กันและกันสวยได้อย่างไม่น่าเชื่อโดยเฉพาะคนที่มีพื้นที่สวนไม่มากนักรั้วบ้านนั้นถือได้ว่าเป็นไฮไลท์เลยก็ว่าได้

สวนที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดนั้น แน่นอนว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วถือได้ว่าสำคัญทั้งหมด ซึ่งมักจะเป็นกับบ้านตามโครงการต่างๆที่มีพื้นที่สวนให้เล็กน้อย เช่น สวนหน้าบ้านขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตรหรือกว้าง 2 เมตรยาว 3 เมตรสวนที่มีขนาดดังกล่าวจำเป็นต้องใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์ซึ่งแน่นอนแนวรั้วก็จำเป็นต้องเป็นแบรคกราวน์ของสวนไปในทันที

แน่นอนว่าแบรคกราวด์ของสวนนั้นมีหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น หิน ต้นไม้สูง รั้วระแนง เป็นต้น พูดแล้วอาจจะยังนึกภาพไม่ออกลองไปดูตัวอย่างกัน

ใช้ระแนงต่างๆในการเพิ่มความน่าสนใจของสวน

พื้นที่แคบก็ใช้ระแนงสีขาวทำแบรคกราวด์เพิ่มความเป็นส่วนตัว

รั้วเล็กๆก็ทำให้สวนมีจุดเด่นมากขึ้น

รั้วต้นไม้ก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการทำแบรคกราวด์

พื้นที่แคบข้างบ้าน รั้วต้นไม้อย่างเดียวก็เพียงพอ
จงจำไว้ว่าสวนที่มีพื้นที่เล็กก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน คือการดูแลง่าย การจัดให้สวนเด่นให้สวนสวยก็ง่าย เพราะใช้ต้นไม้และอุปกรณ์น้อย เมื่อจะปรับเปลี่ยนรูปแบบสวนก็ทำได้ง่ายประหยัดเงินในกระเป๋าด้วย หากเรารู้จักจัดสวนโดยการเอาสิ่งที่เราคิดว่าเราชอบมาจัดเท่านั้นเราก็จะสุขใจกับสวนสวยน้อยๆของเราได้อย่างไม่รู้เบื่อ

สวนเล็กๆบางสวนมีความน่าสนใจกว่าสวนที่มีขนาดใหญ่กว่าด้วยซ้ำ เพราะสวนเล็กนั้นผู้จัดสามารถทำให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วนั้นสวยได้ ต่างจากสวนใหญ่ๆที่ต้องการองค์ประกอบเยอะกว่าและการดูแลก็ทำได้ยากกว่า

ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านว่าจะเลือกสวนในลักษณะแบบไหน แต่สุดท้ายยังไงก็ขอให้เราสุขใจกับสวนที่เป็นสวนส่วนตัวของเราแค่นั้นก็เป็นพอ...

บ่อปลาคาร์ฟ ระบบกรองทำงาน น้ำใสแล้ว

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556 · Posted in ,

เรียกว่าสิ้นสุดการรอคอยแล้วครับ หลังจากผมเพิ่งอัพเดทไปไม่กี่วันว่า น้ำเริ่มเขียวน้อยลง และตะกอนก็น้อยลงด้วย ผ่านมาสองสามวันเท่านั้นน้ำใสปิ๊งแล้วครับ พอน้ำใสเห็นปลาเห็นริ้วน้ำแล้วมันรู้สึกสดชื่นมาก รู้สึกว่าหมดห่วงแล้วบ่อเรา คราวนี้ก็ได้ไปดูปลาสวยๆมาลงได้สักที ส่วนระบบกรองมีอะไรทำอย่างไรนั้นไปอ่านได้ในหน้าสรุประบบกรองนะครับผม บอกไว้หมดแล้ว ขอบอกว่าไม่มีอะไรซับซ้อนและไม่แพงด้วย ง่ายมาก



ตอนนี้น้ำในบ่อใสแล้ว ปลาที่อยู่ในบ่อก็ดูสดชื่นคึกคัก ผมเข้าใจเลยครับว่าคนที่เลี้ยงปลาคาร์ฟ ตอนที่ทำระบบกรองให้น้ำใสแล้วทำได้นั้นมันรู้สึกดีใจจริงๆและก็โล่งใจไปพร้อมๆกันด้วย และการที่น้ำใสไม่เขียวแล้วก็ทำให้ไม่ต้องล้างช่องกรองแรกบ่อยเหมือนตอนที่น้ำเขียว ถ้าหากใครขยันก็ล้างทุกวันก็ไม่ผิดครับเพราะช่องแรกเป็นช่องดักตะกอนจะสกปรกที่สุดไม่เกี่ยวกับช่องที่เราเลี้ยงจุลินทรีย์อยู่ สำหรับผมแล้ว จะล้างบ่อดักตะกอนอาทิตย์ละครั้ง ส่วนใยกรองในช่องที่สามน้ำดูตามความสกปรกครับถ้าหากเริ่มเต็มก็ล้างเลย

จริงๆแล้วระบบกรองในปัจจุบันมีคนออกไอเดียที่ฉลาดมากๆครับ คือช่องแรกเขาจะเอาน้ำไหลผ่านตระแกรงที่ละเอียดมาก ตะกอนหรือขี้ปลาก็จะติดที่ตะแกรง แล้วน้ำที่ไหลรดตระแกรงเรื่อยๆนั้นก็จะล้างตะกอนเหล่านั้นลงมาที่รางน้ำที่ทำรองเอาไว้ แล้วก็ไหลเข้าไปในภาชนะที่หยิบไปทิ้งได้ง่าย ทำให้ลดภาระการล้างกรองช่องแรกไปเลยก็ว่าได้ เล่ามาอาจจะไม่เห็นภาพ ลองไปดูกันก่อนเลยครับ


จากคลิป ระบบที่เราเห็นจะเน้นการกรองตะกอนหยาบที่มาจากบ่อปลานะครับ โดยเป็นการกรองแล้วก็ล้าง แล้วก็แยกไว้ในกล่อง แล้วเราก็หยิบไปทิ้ง

ระบบจะล้างตัวเองโดยน้ำที่ไหลลงมาที่ตะแกรงนั่นแหละครับ น้ำส่วนใหญ่ไหลผ่านไปด้านล่าง น้ำส่วนนึงจะไหลตามตระแกรงไปที่รางแล้วก็พาตะกอนต่างๆไปด้วย จากนั้นตะกอนก็ไหลไปตามรางไปรวมในกล่องดักตะกอนอีกทีหนึ่ง น้ำที่ผ่านที่ดักตะกอนก็กลับเข้าระบบต่อไป

จะเห็นว่าระบบนี้ออกซิเจนมากมายเหลือเกิน เชื่อเลยว่าน้ำที่ออกจากถังสีขาวถังแรกมาที่ถังที่สอง ถ้าเป็นผม ผมจะเอาถังที่สองเป็นที่อยู่แบคทีเรีย จบเลยครับ ผมเชื่อว่าระบบนี้เอาอยู่แน่ เพราะว่าช่องกรองแรกมันสะอาดตลอดเวลา กรองไปล้างไป เรามีหน้าที่แค่เอาตะกอนที่มันแยกไว้ไปทิ้งเท่านั้นเอง

เอาไว้มีโอกาสมีจังหวะจะทำให้ดูกันครับ

อัพเดท สภาพน้ำผ่านมา 1 อาทิตย์

วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 · Posted in ,

จากตอนที่แล้วที่ผมได้ปรับปรุงระบบไปหลายอย่างลองหาอ่านกันดูนะครับว่าผมได้ทำอะไรบ้าง ดีใจมากครับหลังจากทำบ่อปลาเสร็จมาหลายเดือน น้ำก็เขียวมาตลอด ทดลอง ปรับ เปลี่ยน เพิ่ม นั่นนี่เรียกว่าสนุกครับ วันนี้เป็นอย่างไรไปดูกันครับ


ถ้าเทียบกับอาทิตย์ที่แล้วจะเห็นได้ชัดเลยนะครับว่า ความเขียวของน้ำลดลงไปมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จะสังเกตเห็นสะดือบ่อได้แล้ว และมองเห็นปลาซะที เรียกว่าไม่เห็นสะดือบ่อมาหลายเดือนมาก ตะกอนในน้ำก็น้อยมาก จนตอนนี้สามารถมองเห็นตัวปลาได้อย่างชัดเจน คือถ้าหากพูดว่าสภาพน้ำใสปิ๊งนั้นคือ 100 เปอร์เซ็นต์ สภาพน้ำของบ่อตอนนี้ก็อยู่ที่ 75 เปอร์เซ็นต์แล้วหละครับ

จากเดิมที่ผมต้องล้างบ่อดักตะกอนในช่องแรกบ่อยมากเรียกว่าตอนที่น้ำเขียวนั้นเวลาล้างบ่อดักตะกอนจะมี เศษตระไคร่น้ำติดอยู่เยอะมาก แต่ว่าหลายวันที่ผ่านมาแทบจะไม่มีเศษตระไคร่สีเขียวในบ่อดักตะกอนแล้วครับ แต่ผมก็ไม่ได้ปล่อยให้มันทำงานเองเฉยๆนะครับ ระหว่างนั้นผมได้คอยถ่ายน้ำออกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์เพื่อค่อยๆลดความเขียวลงจนล่าสุด ผมไม่อยู่บ้านสองวัน

บ่อที่เขียวๆก็ใสขึ้นอย่างที่เห็นครับ เรียกว่าแปลกใจเหมือนกัน เวลาจะใสก็ใสเร็วมาก ตอนที่เขียวไม่ว่าจะถ่ายน้ำมากน้อยยังไงพอโดนแดดก็เขียวเร็วมากเหมือนกัน ตอนนี้ก็กำลังจดบันทึกและทบทวนครับว่าได้เพิ่มได้ปรับเปลี่ยนอะไรไปบ้าง และที่สำคัญหากว่าน้ำใสร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วจะจัดการกับระบบต่างๆที่ทำไว้ชั่วคราวให้เรียบร้อยสวยงามได้อย่างไร แต่ว่าตอนนี้น้ำใสขึ้นเรื่อยๆได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับบ่อปลาคาร์ฟบ่อนี้ที่เคยเขียวมาตลอดหลายเดือนแล้วครับ

แล้วติดตามกันต่อครับว่าสุดท้ายแล้วบ่อนี้จะใสปิ๊งร้อยเปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่และใช้อะไรบ้างคอยดูกันครับ


siteam2015@hotmail.com. ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โลกเราสวยงามได้เพราะว่าต้นไม้เท่านั้น ต้นไม้ให้เราได้ืทุกอย่าง ต้นไม้ไม่เคยทำร้ายเรา และเราเองก็ไม่ควรไปทำลายต้นไม้นะครับ มารักต้นไม้กันเถอะครับ

Popular Posts