Diffuser DIY แบบสุดง่ายเกินทน

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553 · Posted in

อย่างที่บอกเลยครับสำหรับที่นี่มีอะไรที่ง่ายสุดๆมาให้ทำเองตลอดครับ โดยไม่สนใจว่ามันจะสวยหรือไม่คุณภาพจะเป็นอย่างไรที่แน่ๆ มันใช้งานได้ครับ

Diffuser คืออะไร ตอนเเรกผมก็ไม่รู้หรอกครับเห็นเขาเรียกกันเป็นภาษาอังกฤษบ่อยๆ จริงๆแล้วมันก็คือตัวกระจายก๊าซ CO2 ในตู้ไม้น้ำนั่นเองครับ คือถ้าไม่มีตัวนี้ CO2 ยีสต์ที่เราทำไปมันจะละลายในน้ำได้ไม่ดีพอและก็ทำให้ CO2 ไม่มีแรงอัดด้วย


นี่แหละครับ Diffuser ตัวนี้เป็น นาโนนะครับ คือตัวเล็กนั่นเเหละเหมาะกับตู้เล็กๆ แต่ผมว่าเล็กๆแบบนี้แหละสวยดีนะ มีเจ้าตัวนี้อยู่ในตู้ไม้น้ำมันเป็นความสวยงามเหมือนเป็นพระเอกของตู้เลยก็ว่าได้

และ Diffuser ที่เราจะทำเองแบบสุดง่ายเกินทนจะมีหน้าตาแบบนี้ครับ

อย่าตกใจหรือตลกนะครับ ตัวนี้ใช้งานได้จริงครับ

อุปกรณ์สำหรับทำ Diffuser แบบง่ายเกินทน
1.ข้อต่อตรงหร้อมวาล์วลม
2.สายอ๊อก
3.คัดเติลบัต
4.กรรไกร

สำหรับข้อต่อก็ซื้อที่ร้านขายปลาสวยงามทั่วไปได้เลยครับ คัตเติลบัตที่บ้านก็เอามาอันนึงใช้กรรไกรตัดแทยงนิดนึงจะได้สวมเข้าข้อต่อได้ง่าย และไม่ต้องห่วงว่าจะรั่วระหว่างคัดเติลบัตกับข้อต่อนะครับผมลองมาแล้วมันเเน่นพอดีเลยครับ เมื่อได้ตามรูปก็เอาที่ติดกระจกติดในตู้ไม้น้ำได้เลยครับ

สำหรับตัวนี้ใช้ไปสักพักต้องคอยเปลี่ยนคัตเติลบัตนะครับเพราะว่านานๆไปฟองมันจะไม่ละเอียดครับ

และแล้วน้ำก็มา

อย่างที่ผมเคยบอกไว้ตั้งแต่ต้นนะครับว่า บ้านผมข้อเสียก็คือน้ำจะท่วมทุกปีช่วงเดือนกรกฏาคมหรือสิงหาคมไปจนเดือนธันวาคมเลยบางปีพายุเข้าก็ยาวไปมกราคมเลยครับ

หลังจากที่ได้เห็นหญ้าที่ผมเพาะเองอายุ 1 เดือนครึ่งกันไปแล้ววันนี้มาดูน้ำที่กำลังจ่อขึ้นมากันครับและร่วมกันลุ้นว่าน้ำจะท่วมหรือไม่ท่วม


จะเห็นได้ว่าน้ำขึ้นมาจ่อตั้งแต่ตอนที่ผมตัดหญ้าเสร็จในบทความที่แล้วถ้าใครได้ลองสังเกตุนะครับ พื้นที่ในรูปเป็นสนามหญ้าส่วนมุมบนซ้ายที่ใกล้คลองและเเม่น้ำมากที่สุดซึ่งตรงนี้เป็นที่ที่ต่ำและลาดเอียงมากที่สุดครับ ถ้าน้ำจะท่วมสนามผมก็ต้องท่วมที่ตรงนี้ก่อน เมื่อเห็นแบบนี้แล้วผมทำใจแล้วครับว่าท่วมแน่ๆ เพราะเหลือประมาณ 10 เซ็นติเมตรเท่านั้น

ตอนเเรกที่ผมทำสนามหญ้าเล็กๆก่อนจะถมดินเพิ่มจนใหญ่ขนาดนี้ คนที่บ้านก็บอกครับว่าเดี๋ยวน้ำก็ท่วมแล้วนะนี่เดือนเมษาแล้ว ตอนนั้นจำได้ว่าผมปลูกหญ้าตอนเดือนเมษาครับ ส่วนที่เพาะใหม่นี้ปลูกตอนเดือนกรกฏาคมนี่เอง

ถ้าถามว่าน้ำท่วมตอนนี้เสียดายไหม ก็บอกได้เลยว่าเสียดายครับเพราะว่าอยากจะเห็นหญ้าแน่นเต็มสนามสักทีก่อนที่น้ำจะท่วมและตอนนี้ก็ใกล้จะเป็นจริงแล้ว แต่ว่าน้ำก็มาจ่อแล้วเหมือนกัน

หญ้านวลน้อยที่ผมเพาะอายุเดือนครึ่งครับ

มาแล้วครับรายงานการเพาะหญ้านวลน้อยอายุเดือนครึ่ง

ผมเองเป็นคนที่ปลูกหญ้าแล้วชอบดูมันบ่อยมากเกินไปก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะมีอะไรเปลี่ยนเเปลง แต่วันนี้ผมเริ่มตัดหญ้าที่เพาะอายุเดือนครึ่งแล้วครั้งเเรกเป็นอย่างไรไปดูกันครับ

ตอนที่ตัดใหม่ๆก็รู้สึกแล้วครับว่ามันสวยมากๆแม้ว่าพื้นดินที่ผมปลูกจะไม่เรียบก็ตาม ส่วนเศษหญ้าแน่นอนว่าต้องเหลืออยู่ตามรอยต่อช่องว่างของดินแน่ๆ เพราะผมไม่อยากกวาดเเรงกลัวว่าต้นหรือหน่อที่มันกำลังเลื้อยไปตามที่ว่างจะเสียหายครับ อันนี้ก็ควรระวังมากๆ


ให้ดูภาพถ่ายจากมุมบนครับเปรียบเทียบหญ้าส่วนที่ตัดแล้วกับยังไม่ได้ตัด ส่วนที่ไม่ได้ตัดจะเห็นว่าเป็นกอปุยๆ ให้ดูที่ซีกซ้ายของสนามนะครับเป็นส่วนที่ผมเพาะเอง ส่วนซีกขวาเป็นหญ้าที่ปลูกมาก่อนนานแล้วครับ


ภาพนี้ให้ดูส่วนบนครับที่เห็นเขียวอ่อนเหลืองๆนั่นคือส่วนที่ผมเพาะเอง ส่วนนี้เรียกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้วครับ อีกซัก 2 อาทิตย์ก็น่าจะเต็ม


การตัดหญ้าครั้งนี้ทำให้ผมเริ่มรู้สึกตัวครับว่าผมต้องซื้อรถตัดหญ้าซะแล้วหละไม่งั้นตัดไม่ไหวแน่นอน แต่ว่าช่วงที่ตัดหญ้าครั้งแรกในส่วนที่เพาะใหม่นี้รู้สึกสนุกครับเพราะว่าได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จากหญ้าที่เห็นแค่รำไรๆ ค่อยๆโตและแตกกอมากขึ้นจนมาถึงเดือนครึ่งนี้ ผมเชื่อและมั่นใจแล้วครับว่าหญ้านวลน้อยโตเร็วจริงๆ ใครที่เพิ่งมาเจอหน้านี้ให้ลองย้อนไปดูตอน 2 อาทิตย์เเรกกับ 1 เดือนดูได้นะครับว่ามันโตเห็นๆ จริงๆ

รูปนี้ตัดเสร็จเรียบร้อยครับ ผมอลงคำนวนเวลาดูรู้สึกว่าใช้เวลาหลาชั่วโมงครับกับการตัดหญ้าแค่ในส่วนที่ผมเพาะเองใหม่ด้านข้างและด้านบน สงสัยต้องซื้อรถตัดหญ้าจริงๆ


รูปนี้เป็นสภาพของต้นหญ้านวลน้อยที่ผมเพาะเองและเพิ่งตัดใหม่ๆครับ จะเห็นว่ามีใบยาวหลงเหลือบ้างก็เป็นเพราะว่าใบหญ้านั้นนอนหรือลู่ไปตามช่องว่างของรอยต่อครับทำให้การตัดนั้นทำได้ยากที่จะให้เท่ากัน แต่ไม่ต้องห่วงครับพอหญ้าเต็มพื้นที่เมื่อไหร่ ใบหญ้าจะชี้ขึ้นมาเองและก็ตัดได้เท่ากันหมดเองครับ
เมื่อดูรวมๆแล้วเรียกว่าใกล้แล้วครับ ใกล้ที่หญ้านวลน้อยจะเต็มพื่นที่แล้ว สภาพตอนนี้เรียกว่าเหลือแค่รอให้หญ้าขึ้นแน่นแล้วตัดอีกครั้งให้เท่ากันทั้งหมดเท่านั้นเอง

CO2 ยีสต์ สำหรับตู้ไม้น้ำ

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553 · Posted in

CO2 ยีสต์ คืออะไร
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนครับว่าเป็นระบบเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำเพื่อให้ต้นไม้น้ำได้ใช้โดยใช้ ยีสต์ผสมน้ำตาลทรายแดงผสมน้ำตามสัดส่วนที่ถูกต้อง ระบบแบบนี้เป็นระบบประหยัดครับสำหรับตู้ไม้น้ำเล็กๆจะนิยมใช้เพราะประหยัดเงินได้เยอะและก็ทำเองได้ไม่ยากครับ แทนที่จะซื้อถังและระบบเเพงๆมาลองดูกันก่อนครับว่าเขาทำกันอย่างไร

อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้
1.ขวดน้ำดื่มขนาด 1.25 ลิตร
2.ขวดน้ำเล็กๆ
3.สายยางออกซิเจน
4.ข้อต่อตรงสายออกซิเจน
5.หัวปล่อยก๊าซหรือไม่มีใช้คัตเติลบัตแทน
6.กาว กรรไกร

ลักษณะการประกอบ

ถ้าดูตามรูปนะครับเราเพียงแค่เจาะรูฝาน้ำดื่ม 1.25 ลิตร 1 รูการเจาะแนะนำใช้หัวเเร้งก็ได้ครับระหว่างนั้นก็เอากาวทาข้อต่อสายออกแล้วก็อัดลงไปให้แน่น

ส่วนขวดเล็กเป็นขวดดักยีสต์ไม่ให้ลงไปในตู้ไม้น้ำก็เหมือนเดิมครับเพียงแต่เจาะรูสองรูรูนึงต่อมาจากขวดน้ำอัดลม 1.25 ลิตร ข้างล่างก็ต่อสายยางให้พอจุ่มลงไปในน้ำ อีกรูก็ต่อสายยางไปที่ตัวกระจาย CO2 หรือ Diffuser ในตู้ไม้น้ำ ค่อยๆทำไปครับไม่มีอะไรยาก ที่สำคัญรูที่เจาะต้องไม่หลวมเกินไปเวลาใส่ข้อต่อสายอ็อกจะได้เเน่นครับ ใส่แบบคับๆได้ยิ่งดีเลยครับ







ส่วนผสมยีสต์

1.ยีสต์


2.น้ำตาลทรายแดง

3.เบคกิ้งโซดา(หรือไม่ก็ได้)

การผสมก็ให้ล้างขวดให้สะอาด จากนั้นตั้งน้ำพออุ่นละลายน้ำตาลทรายเเดง 2 ถ้วยน้ำปลา แนะนำว่าให้ใช้ขวดน้ำอัดลม 1.25 ลิตรตวงน้ำที่ตั้งอุ่น เวลาเติมลงขวดจะได้ไม่ขาดหรือว่าเหลือครับ จากนั้นก็ใส่ลงไปในขวด 1.25 ลิตรเลยครับ ก่อนที่จะใส่ยีสต์ต้องแน่ใจว่าน้ำไม่ร้อนนะครับ เพราะเท่าที่ผมเคยทำถ้าน้ำร้อนนิดนึงยีสต์ตายหมดครับ เมื่อแน่ใจก็ใส่ยีสต์ลงไปในขวดครับ ประมาณครึ่งช้อนชา เขย่าให้เข้ากันแล้วก็ เสียบสายต่อระบบรอไว้ได้เลยครับ 2 ชั่วโมงหรือไม่เกิน 5 ชั่วโมงก็ได้เห็น CO2 แน่ๆครับ



สำหรับเบคกิ้งโซดา ผมไม่เคยใช้นะครับ ที่หาข้อมูลมาเขาเอาไว้ผสมน้ำเปล่าก่อนเพื่อปรับสภาพน้ำไม่ให้ยีสต์ตายครับ แต่เท่าที่ผมทำมาไม่เคยใช้ครับก็ไม่มีปัญหาอะไร

ไม่รู้ว่าออกดีแค่ไหนลองดูคลิปครับ ผมขอบอกว่าผมจะพยามไม่เน้นเรื่องหลักการอะไรมากนักเพราะเชื่อว่าทุกท่านสามารถทำและเรียนรู้เข้าใจได้เร็วอยู่แล้ว นี่คือปริมาณ CO2 ยีสต์ที่ได้จาก น้ำตาลทรายแดง 2 ถ้วยน้ำปลา ครึ่งช้อนชา ยีสต์ ขวดน้ำ 1.25 ลิตร

ผมเป็นคนนึงเหมือนกันครับที่ชอบหาข้อมูลแล้วก็ยอยากจะเห็นมันชัดๆ ดูรูปชัดๆ วันนี้ได้มีโอกาสทำเองก็เลยทำชัดๆไว้ให้ดูครับ

หญ้านวลน้อยกับการให้ปุ๋ย

การปลูกต้นไม้ทุกชนิดแน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือการให้อาหารหรือว่าปุ๋ยนั่นเอง เมื่อต้นไม้อยู่นานๆเข้าอาหารบริเวณนั้นก็ต้องเหลือน้อยลงไปเรื่อยๆ หญ้านวลน้อยก็เหมือนกัน ผมเคยได้ยินเเละเคยอ่านมาว่าบางคนปลูกหญ้านวลน้อยเเล้วเดือนแรกก็เขียวดี แต่พอเดือนที่สองเดือนที่สาม ก็ไม่เขียวเหมือนตอนแรก

อย่าเพิ่งตกใจไปครับเพราะว่าผมเองได้ทดลองปลูกและลองถูกลองผิดและกำลังจะเล่าให้ฟังว่าทำอย่างไรให้หญ้านวลน้อยเขียวสดอยู่ตลอดเวลาครับวันนี้ผมจะพูดถึงเรื่องปุ๋ยก่อน

ง่ายๆครับปุ๋ยที่ใช้สำหรับหญ้านวลน้อยก็จะเป็นปุ๋ยที่บำรุงลำต้นและใบครับ ข้อมูลต่างๆผมก็ค้นหามาจากกูเกิลครับและก็ดูหลายๆที่รวมทั้งเวปที่ทำนาหญ้าขายด้วยก็ได้สรุปว่าใช้ปุ๋ยสูตร ยูเรีย46-0-0 และปุ๋ยสูตร 16-16-8

รูปลักษณะปุ๋ยยูเรีย46-0-0(สีขาว) ปุ๋ย16-16-8 สีฟ้า

อัตราส่วนที่ผมหาข้อมูลมานั้นเค้าจะให้ปุ๋ยยูเรีย 1 ส่วน และ 16-16-8 สามส่วน แต่ที่ผมทดลองและให้มาตลอดผมให้ปุ๋ยยูเรียสามส่วน ปุ๋ย16-16-8 หนึ่งส่วนครับ เพราะผมคิดว่าปุ๋ยยูเรียนั้นบำรุงลำต้นเเละใบส่วน 16-16-8 นั้นเป็นแร่ธาตุเสริมทั่วไป จึงให้ปุ๋ยตามที่บอกและปรากฏว่าก็ได้ผลดีมากครับดังจะเห็นได้จากการเพาะหญ้าของผม

การให้ปุ๋ยนั้นมีสองอย่างครับคือหว่านให้กับผสมน้ำแล้วรด ข้อควรระวังคือการให้ปุ๋ยแบบหว่านต้องรดน้ำตามเยอะๆนะครับเพื่อให้เม็ดปุ๋ยละลายให้หมด ผมเคยหว่านปุ๋ยแล้วรดน้ำน้อยไปพออีกวันนึงหญ้าโดนแดดแล้วเหลืองเป็นวงๆ เล็กๆ ทั่วไปหมดก็เลยรู้เลยว่าเพราะปุ๋ยไม่ละลายแน่ๆ ดังนั้นการให้ปุ๋ยแบบหว่านจึงควรรดน้ำตามหรือเปิดสปริงเกอร์สัก15นาที ครับ

ส่วนการให้ปุ๋ยแบบผสมน้ำรดนั้นผมก็ใช้วิธีกะเอาครับที่ผมใช้ได้ผลคือน้ำ 1 บัวรดน้ำ ปุ๋ยยูเรีย 3 กำมือ และ16-16-8 1 กำมือ คนให้ละลายในบัวรดน้ำเลยแล้วก็ค่อยนำไปรด การรดก็ให้เหวี่ยงบัวรดน้ำไปเรื่อยๆทั่วทั้งพื้นที่พอหมดก็มาผสมใหม่ เมื่อทั่วทั้งสนามแล้วก็เปิดสปริงเกอร์หรือรดน้ำตามเล็กน้อยพอให้สนามชุ่มชื้นก็โอเคครับ

ระยะเวลาการให้ปุ๋ยนั้นก็จะแตกต่างกันไปครับสำหรับ
-สนามหญ้าปรกติให้สองอาทิตย์ครั้งหรือเดือนละครั้ง เท่าที่ผมทดลองให้อาทิตย์ละครั้งหรือสองอาทิตย์ครั้งหญ้าเขียวเหมือนกันครับแนะนำให้สองอาทิตย์ครั้งน่าจะดีกว่า
-ส่วนการเพาะหญ้าแบบที่ผมทำในบล็อกนี้ผมให้อาทิตย์ละสองครั้งสลับกับอาทิตย์ละครั้งครับ เพาะว่าต้องการเร่งการเติบโตให้เร็วที่สุดผลที่ได้ก็ติดตามในส่วนของเรื่องการเพาะหญ้าได้ครับ

สิ่งสำคัญเลยครับ ก่อนให้ปุ๋ยน้ำควรตรวจสอบดินดูก่อนว่ามีความชุ่มชื้นหรือปล่าวโดยเอานิ้วกดดู ถ้าดินเเห้งหรือเเข็งเกินไปให้รดน้ำทิ้งไว้ให้ชุ่มชื้นก่อน เพื่อให้ปุ๋ยที่เราจะให้นั้นซึมลงดินได้ง่ายครับ

สุดท้ายก็ขอให้มีความสุขกับสนามหญ้าเขียวๆกันทุกคนเลยนะครับผม

เคล็ดการตัดหญ้า

วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553 · Posted in

วันนี้จะมาบอกเคล็ดการตัดหญ้าครับว่าจะตัดหญ้าให้สั้นขนาดไหน ใครชอบหรืออยากจะให้สภาพของหญ้าเป็นอย่างไรมาเริ่มกันเลยครับ

วันนี้ขอเเนะนำสำหรับคนที่ใช้กรรไกตัดหญ้าก่อนนะครับผมเพราะว่าผมเองยังไม่เคยใช้รถตัดหญ้าครับถ้ามีรถตัดหญ้าเมื่อไหร่จะมาเล่าให้ฟังอีกทีนึง


ภาพกรรไกตัดหญ้าแนะนำว่าให้ซื้อด้ามยาวครับจะทุ่นแรงกว่าด้ามสั้น

การตัดหญ้าสำหรับปรับพื้นผิวที่ไม่เรียบ
ผมเองก็ยอมรับครับว่าพื้นที่ที่ผมปลูกนั้นไม่เรียบเอามากๆเพราะว่าไม่มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า ลูกกลิ้งที่เอาไว้ปรับหน้าดินในตอนเเรกก่อนปลูกหญ้า พื้นผิวก็เลยเป็นเนินเล็กใหญ่เต็มไปหมดแต่ว่าไม่สูงมากนัก การตัดหญ้าให้ยาวสักหน่อยสำหรับส่วนที่ต่ำก็พอจะแก้ปัญหาได้ ให้เราได้รู้สึกว่าสนามเราเรียบขึ้น แต่ข้อเสียก็คือพื้นที่ส่วนที่นูนหญ้าจะมีสีค่อนข้างอ่อนเมื่อเราตัดใหม่ๆ เพราะว่าส่วนนี้จะถูกตัดสั้นกว่าพื้นที่ที่เป็นหลุม ทำให้สนามหญ้ามีสีที่ไม่สม่ำเสมอในตอนแรก

ดูรูปนี้แล้วเหมือนสนามเรียบเลยใช่มั้ยละครับ นี่เป็นข้อดีของการตัดเเบบนี้ครับ


การตัดหญ้าเพื่อให้หญ้านุ่ม น่าเดิน
สำหรับการตัดหญ้าเพื่อให้นุ่มน่าเดิน ก็ง่ายๆครับ แต่เหมาะสำหรับสนามที่พื้นที่เรียบอยู่แล้วจะเหมาะมากครับเพราะจะสวยงามมาก การตัดก็ให้ตัดหญ้าค่อนข้างยาวครับคือเหลือไว้อย่างน้อย 1 นิ้ว หรือถ้าสนามหญ้าที่มีการตัดอย่างสมำ่เสมอก็ให้ตัดเหลือส่วนใบไว้เล็กน้อยได้เลยครับ เพราะสนามหญ้าที่ตัดหญ้าอย่างสม่ำเสมอลำต้นจะไม่สูงจึงตัดได้ง่ายครับ

หญ้าจะดูนุ่น่าเดินแต่ข้อเสียก็คือหญ้าจะยาวและรกเร็วครับ

การตัดหญ้าเพื่อให้มีใบละเอียดติดพื้น
เหมาะกับสนามหญ้าที่มีพื้นผิวเรียบมากๆ การตัดหญ้าแบบนี้เป็นการตัดหญ้าสั้นมากๆครับเรียกว่าเหลือสูงไม่เกิน 2 เซนติเมตรเลยครับ เพื่อให้หญ้าได้เเตกหน่อและใบใหม่ในระดับต่ำมากๆ ตอนเเรกที่ตัดจะไม่สวยงามเลยครับ เพราะหญ้าจะเหลือเเต่ลำต้น แต่พอสัก 1 อาทิตย์จะได้สนามหญ้าที่ดูเขียวใบละเอียดสวยงามกว่าเดิมหลายเท่าครับ ลองดูรูปเปรียบเทียบกันเลยครับ


รูปนี้คือสภาพตอนที่ผมตัดสั้นเหลือสูงไม่เกิน 2 เซนติเมตรใหม่ๆ
 
รูปนี้หลังจากตัดได้สักอาทิตย์นึงก็เขียวเเตกใบใหม่สวยมากๆ
 
ดูกันใกล้ๆอีกนิดนึงครับ
โดยรวมแล้วเท่าที่เคยตัดหญ้ามา วิธีการที่สามผมว่าดีที่สุดครับเพราะว่าลำต้นของหญ้าจะสั้นติดพื้น เวลาเราตัดก็จะตัดง่ายครับ เพราะเราจะได้ตัดแต่ใบหญ้า อาจจะดูไม่สวยตอนตัดใหม่ๆแต่ว่าคุ้มครับ สวยกว่าเดิม หญ้าแน่น และงามกว่าเดิมครับ ว่าแล้วก็หยิบกรรไกตัดหญ้าลงไปที่สนามกันได้เลยครับ


ปล.อยากได้รถตัดหญ้ามากๆ

หญ้านวลน้อยทนทานทุกอย่างยกเว้นฉี่สุนัข

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553 · Posted in

ปลูกหญ้านวลน้อยมาได้เดือนกว่าๆ ไม่มีปัญหาศัตรูพืชเลย วัชพืชมีบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาก็ค่อยๆถอนกันไปเดี๋ยวเดียวก็หมดและไม่มารบกวนหรือขึ้นอีกเลยเพราะหญ้านวลน้อยจะยึดพื้นที่ทุกตารางเซ็นติเมตร ไม่มีโอกาสที่ต้นอะไรจะขึ้นได้อีกซึ่งเป็นข้อดีมากๆ

แต่ศัตรูตัวฉกาจสำหรับหญ้านวลน้อยกลับกลายเป็นสุนัขครับ จากรูปก่อนที่หญ้านวลน้อยจะเเห้งเหลืองเป็นสีน้ำตาลเข้มแบบนี้นั้น ตอนที่หญ้านวลน้อยโดนหมาฉี่ใส่ใหม่ๆ ใบจะลีบเล็กเป็นเหมือนเส้นขนครับสีจะซีดลงอย่างชัดเจน ถ้าโดนแบบนี้แล้วทำใจได้เลยครับหญ้านวลน้อยตรงนี้หายไปเเน่ๆ


จากประสบการณ์ของผมวิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ
1.กั้นสนามหญ้าครับด้วยตาข่ายรับรองว่าวิธีนี้ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ การกั้นก็ไม่ต้องสูงมากครับแค่ระดับเอวก็พอ

2.กรณีโดนฉี่ใส่ใหม่ๆให้รีบเอาน้ำล้างครับ ล้างเยอะๆเลยเพราะว่าเวลาเราล้างฉี่นั้นจะกระจายไปรอบๆถ้าเราใช้น้ำเจือจางน้อยไปอาจทำให้หญ้านวลน้อยบริเวณรอบๆเสียหายแทนครับ เมื่อล้างเสร็จก็เอาอะไรมาทำที่บังเเดดไว้ สำคัญครับบังเเบบทึบเลยนะครับ ไม่ใช่ตาข่ายกรองแสงนะครับ การบังก็ไม่ใช่ว่าเอากระดาษไปวางบนหญ้านะครับควรทำที่ปักแบบพัดหรือว่าจะทำขาสี่ขาตั้งก็จะดีครับจะได้บังแดดได้ทั้งวัน ที่ให้ทำแบบนี้ก็เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดีครับ สังเกตเมื่อหญ้าเริ่มฟื้นก็ค่อยเอาที่บังเเดดออกได้ครับ

3.กรณีโดนฉี่จนใบซีดแต่ยังใบยังไม่ลีบ ให้แก้ไขตามข้อสองได้เลยครับโอกาสที่จะช่วยชีวิตมีสูง 80 เปอร์เซ็นต์ครับ

4.กรณีโดนฉี่นานจนใบซีดและใบลีบเป็นเส้นขน โอกาสฟื้นมีน้อยแค่ 50-50 ครับ ก็ให้ลองทำตามข้อสอง และที่สำคัญแนะนำให้เน้นเรื่องการบังแดดครับว่าจะทำอย่างไรให้บริเวณที่เราบังเเดดไม่ร้อน ย้ำนะครับว่าไม่ร้อน ไม่โดนแดดก็ยังไม่พอครับ คุณอาจจะลงทุนทำร่มในจุดนั้นให้มีบริเวณกว้างมากๆ หน่อยเพื่อให้อากาศรอบๆบริเวณนั้นลดความร้อนลง หรืออาจจะเอาพัดลมมาเปิดเป่าหญ้าบริเวณนั้นด้วยอันนี้ผมแนะนำให้ทดลองนะครับเเต่ผมยังไม่เคยทำ แต่ผมรู้สึกว่าถ้าผมโดนแบบนี้อีกผมจะทำครับ

5.กรณีโดนฉี่จนใบลีบ แห้ง เหลือง แน่นอนว่าไม่สามารถทำอะไรได้เเล้ว ให้ล้างน้ำรดน้ำบริเวณนั้นเพื่อเจือจางฉี่บริเวณนั้นให้เบาบางที่สุดครับก่อนที่จะเอาหญ้าที่เสียหายออกแล้วเอาหญ้าใหม่มาซ่อมแซมต่อไป

สิ่งที่ผมบอกไปข้างต้นเป็นสิ่งที่ผมเจอมากับตัวเองจริงๆครับ มันน่ากลัวมากๆครับเรื่องฉี่สุนัขเนี่ยเพราะว่าเราไม่สามารถสังเกตุเห็นได้เลย ถ้าสนามหญ้าของเราโดนฉี่รดไปแล้ว นอกจากว่าหญ้าจะเริ่มมีอาการให้เห็นแล้วเราถึงจะรู้ โดยเฉพาะเวลาที่เเดดเริ่มร้อนอาการจะออกเร็วมากถ้าหญ้าของเราโดนฉี่ใส่ ดังนั้นใครที่ไม่สามารถกั้นตาข่ายได้ทางป้องกันที่ดีที่สุดคือ

เปิดสปริงเกอร์รดน้ำให้สนามหญ้าเวลาที่เเดดเริ่มร้อนหรือรู้สึกว่าสนามของเราอาจจะโดนสุนัขฉี่ใส่เข้าให้เเล้ว วิธีนี้เป็นการแก้ไขแบบปูพรหมครับคือเราไม่เห็นไม่รู้ไม่แน่ใจว่าโดนฉี่หรือปล่าว ยังไงก็รดน้ำไว้ก่อนก็ถือเป็นการป้องกันอีกวิธีนึงครับ

กรองบน แบบง่ายที่สุด

สิ่งที่จำเป็นที่สุดเป็นอันดับเเรกสำหรับตู้ปลาทั่วไปนั้นก็ต้องเป็นระบบกรองน้ำนี่หละครับวันนี้ผมเลยเอากรองบน DIY ที่สุดแสนจะง่ายมาให้ดูกัน เรียกว่าทำกันแบบบ้านๆมากๆ แต่ว่าเรื่องการกรองนั้นถือว่าใช้ได้ดีเลยครับ

เริ่มกันเลยครับ ก่อนอื่นก็ต้องมีปั้มน้ำสักตัวนึงก่อน สังเกตุที่ภาพนะครับผมใช้ท่องอพีวีซีสวมเข้าไปตรงช่องน้ำเข้าปั้มเพื่อให้ปั้มดูดส่วนล่างของพื้นตู้ได้ดีครับ สำหรับข้อต่อตัวนี้ประมาณ 7 บาท อาจจะหลวมตอนสวมก็ใช้เศษยางตัดเป็นชิ้นเล็กๆแล้วก็สอดเข้าไปดูให้เเน่นพอดีไม่ต้องแน่นมากก็ได้ครับเผื่อว่าเราจะโมดิฟายอะไรอีกต่อไป



จากนั้นก็ต่อสายยางขึ้นมาด้านบน เห็นรูปอย่าเพิ่งตกใจครับ นี่หละครับที่บอกว่าบ้านๆเลย ใช้กระจาดของเเม่ในครัวครับเอามาวางไว้ด้านบนระหว่างของตู้ปลาส่วนคานกลางให้เราทำเองโดยผมใช้กระจกกรอบรูปมาตัดแล้วก็วางพาดตรงกลางเป็นคานให้กระจาดวางได้ครับ ส่วนใครมีวิธีอื่นๆก็ลองทำลองคิดกันดูได้ครับไม่ผิดกติกา ในกระจาดก็ใส่แผ่นกรองแบบหยาบก่อนแล้วล่างสุดก็เป็นแผ่นกรองละเอียด หาซื้อได้ที่ร้านปลาสวยงามทั่วไปครับ

ที่สำคัญจุดที่ปั้มน้ำวางกับกระจาดต้องอยู่คนละฝั่งกันเลยนะครับเพื่อให้น้ำได้ไหลเวียนได้ทั่วทั้งตู้ และหากว่าน้ำที่ไหลลงมาจากกระจาดกรองของเรารู้สึกว่าน้ำมันเบาไปแล้วทำให้เศษผง เศษอาหารต่างๆไม่ลอยไปถึงปั้ม อันนี้ผมก็เป็นครับ แต่แก้ได้ด้วยการเพิ่มปั้มนั้าตัวจิ๋วอีก 1 ตัววางไว้ฝั่งกระจาดจะดีที่สุดแต่ว่ามันจะรกตู้ ส่วนตัวผมลองวางด้านเดียวกับปั้มน้ำหลักที่ใช้กรอง ก็ได้ผลครับน้ำไหลเวียนได้ทั่วทั้งตู้แล้ว แค่นี้ก็ได้เห็นน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลากันแล้วครับ

อ้อเกือบลืมครับข้อเสียของกรองเเบบนี้คือจะตันค่อนข้างเร็ว ดังนั้นอาทิตย์นึงก็ควรจะเปลี่ยนหรือว่าถ้าจะประหยัดก็เอากรองมาซักครับ ขอให้สนุกกับการเลี้ยงปลาครับ

siteam2015@hotmail.com. ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โลกเราสวยงามได้เพราะว่าต้นไม้เท่านั้น ต้นไม้ให้เราได้ืทุกอย่าง ต้นไม้ไม่เคยทำร้ายเรา และเราเองก็ไม่ควรไปทำลายต้นไม้นะครับ มารักต้นไม้กันเถอะครับ

Popular Posts